มันสำปะหลัง เป็นพืชที่ให้คาร์โบไฮเดรตสูง  ประมาณ  80 – 85  เปอร์เซ็นต์  มีเยื่อใยเล็กน้อย  ปริมาณโปรตีนต่ำประมาณ  0 – 2  เปอร์เซ็นต์  และมีแร่ธาตุน้อย  เนื้ออาหารมีลักษณะเป็นฝุ่นและมีความหนาแน่นต่ำ  การใช้มันสำปะหลังจะต้องคำนึงถึงสารพิษที่มีในเนื้อมันสำปะหลัง  เปลือกราก  และใบ  ซึ่งได้แก่  แทนนิน  (tannin)  กรดไฮโดรไซยานิก  (hydrocyanic  acid, HCN)  หรือกรดพรัสสิก  (prussic  acid)

                  วิธีการลดสารพิษ  ได้แก่  การอบที่อุณหภูมิ  70 – 80  เซลเซียส  การต้มหรือตากแดด  หรือใช้วิธีการอัดเม็ด  (pelleted)  การใช้ในระดับสูงควรเพิ่มเติมวิตามินและแร่ธาตุ  แม้ว่ามีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงแต่แร่ธาตุอื่น ๆ  เช่น  ทองแดง  เหล็ก  สังกะสี  มีจำนวนน้อย  ควรเติมวิตามินเอ  วิตามินดี  วิตามินอี  ไนอาซีน  ไบโอติน  และวิตามินบี 12  (Walker, 1985)  นอกจากนี้ยังปรับปรุงวิธีการใช้โดยนำเอามันเส้น  0.87  กิโลกรัม  รวมกับกากถั่วเหลือง  0.13  กิโลกรัม  หรือการใช้มันเส้นรวมกับใบมันสำปะหลังและกากถั่วเหลืองในอัตราส่วนที่พอเหมาะ  จะมีคุณค่าใกล้เคียงกับการใช้     ข้าวโพดหรือปลายข้าว  แต่ราคาต่ำลง  มันเส้นสามารถใช้ในสุกรขุนได้สูงถึง  40 – 60  เปอร์เซ็นต์  ไก่ไข่ใช้ได้ถึง  50  เปอร์เซ็นต์  ในไก่กระทงและนกกระทาเนื้อสามารถใช้ได้ถึง  40  เปอร์เซ็นต์  โดยมีการปรับระดับโปรตีนในสูตรอาหารปลอมปนในมันสำปะหลังเกิดจากการปนทราย  ดินเหนียวที่ติดตามตามเปลือก  ตอและลำต้น  ทำให้มีส่วนของกากมาก

องค์ประกอบของหัวมันสำปะหลังสด

                  มันสำปะหลังเป็นพืชที่เก็บสะสมอาหารไว้ที่รากในรูปของแป้งความสามารถในการสร้างและสะสมแป้งที่รากจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพันธุ์อายุการเก็บเกี่ยว ปริมาณน้ำฝน โดยทั่วไปหัวมันสำปะหลังที่มีอายุ 12 เดือนที่ได้รับปริมาณน้ำฝนเพียงพอและไม่มีฝนตกชุกขณะเก็บเกี่ยว จะมีส่วนประกอบดังแสดงในตารางที่ 1

ตารางที่ 1 ส่วนประกอบหลักในหัวมันสำปะหลัง

ส่วนประกอบ
น้ำ
60.21-75.32
เปลือก
4.08-14.08
เนื้อ(แป้ง)
25.87-41.88
 ไซยาไนด์(ppm)
2.85-39.27

                  จากองค์ประกอบของหัวมันสด พบว่าองค์ประกอบส่วนใหญ่นอกจากน้ำแล้วก็คือ แป้ง ดังนั้น มันสำปะหลังจึงเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานกับสัตว์ได้ดี อย่างไรก็ตามในหัวมันสดจะมีไซยาไนด์(กรดไซยานิคอิสระ) ในปริมาณแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 2.85 มิลลิกรัม ถึง 39.27 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของหัวมันสด ซึ่งกรดไซยานิคนี้เป็นอันตรายต่อสัตว์ แต่จะถูกทำลายเมื่อถูกความร้อน เช่น การตากแดด เผา ต้ม หรือความร้อนจากการอัดเม็ด ดังนั้น ผลิตภัณฑ์มันเส้นหรือมันอัดเม็ดซึ่งผ่านการตากแดดและอัดเม็ดจึงปลอดภัยจากพิษของกรดไซยานิคเมื่อนำไปเลี้ยงสัตว์

คุณค่าทางโภชนาการของมันเส้นหรือมันอัดเม็ด

                มันเส้นหรือมันอัดเม็ดจัดเป็นวัตถุดิบประเภทแป้ง เช่นเดียวกับข้าวโพด และปลายข้าวเพียงแต่มันเส้นหรือมันอัดเม็ดมีโปรตีนต่ำกว่า ดังนั้นการแก้ปัญหาโปรตีนต่ำในมันเส้นหรือมันอัดเม็ดสามารถทำได้ง่าย โดยการเพิ่มวัตถุดิบอาหารโปรตีนสูง เช่น กากถั่วเหลือง หรือปลาป่นในสูตรอาหารให้สูงขึ้นก็จะช่วยให้มันเส้นหรือมันอัดเม็ดมีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับข้าวโพดหรือปลายข้าวและสามารถทดแทนข้าวโพดหรือปลายข้าวในสูตรอาหารเลี้ยงสัตว์ได้ (ดังแสดงในตารางที่ 2)

ตารางที่ 2 คุณค่าทางโภชนาการของมันเส้น

ส่วนประกอบ
โปรตีน
2.00
ไขมัน
0.75
เยื่อใย
4.00
แคลเซียม
0.12
ฟอสฟอรัสใช้ประโยชน์ได้
0.05
พลังงานใช้ประโยชน์ได้ (กิโลแคลลอรี่ / กก
ในสุกร
3,260
ในสัตว์ปีก
3,500
กรดอะมิโน %
ไลซีน
0.09
เมทไธโอนีน + ซีสตีน
0.06
ทริปโตเฟน
0.02
ทรีโอนีน
0.07

ข้อดีของการใช้มันสำปะหลังเป็นอาหารสัตว์

ระดับการใช้มันเส้นในสูตรอาหารสัตว์ชนิดต่างๆ

ชนิดสัตว์
ระดับมันเส้นในสูตรอาหาร
สุกร
40 - 60
ไก่กระทง
25 - 30
ไก่ไข่
40 - 45
เป็ดเนื้อ
40 - 45
เป็ดไข่
40 - 45
โคเนื้อ - โคนม
40 - 50
โคขุน
60 - 80
แพะ - แกะ
40 - 50

ที่มา http://www.thailivestock.com

HOME